วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

การเดินเพื่อสุขภาพ วิธีเอาไขมันออกได้เร็วขึ้น

 การเดินนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว เรายังสามารถเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอน ไขมันเราก็จะออกไปด้วย วันนี้เรามีวิธีเดินที่ช่วยให้ไขมันออกได้เร็วขึ้นมาฝากกันค่ะ 
การเดินเป็นสิ่งที่เราทุกคนมักจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นวิธีที่สามารถเผาผลาญแคลอรี่ของคุณได้มาก หากพยายามที่จะเดินไม่มากก็น้อย แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเดินให้ถูกวิธี สำหรับผู้ที่ต้องการจะลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมันด้วนวิธีการเดินค่ะ
 
เดินไป.. แขว่งแขนไป...
เป็นวิธีที่คลาสิกสุดๆ เพราะนอกจากเราจะได้ออกกำลังจากท่อนขาแล้ว ท่อนแขนด้านบนเราก็จำเป็นเช่นกัน การเดินไป สลับกับการงอแขนไปมา จะช่วยให้คุรเผาผลาญได้ดีกว่าเดิมมากค่ะ อันนี้เป็นสูตรเคล็ดลับ เล็กๆน้อยๆ ที่เอามาฝากคุณสาวๆกันค่ะ
 
ดินเร็ว...ซอยขาให้เร็ว...
วิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการเพิ่มการเผาผลาญไขมัน คือ การเพิ่มความเร็วในการเดินของคุณ  และพยายามเดินให้สั้น พยายามซอยขาให้เร็วมากขึ้น จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญให้ดีขึ้น
 
อันนี้สูตรเคล็บลับการเดินเพื่อสุขภาพ และเพื่อการลดน้ำหนัก เพิ่มระบบการเผาผลาญไขมันให้มากขึ้น ลองทำดูนะคะ
 

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

การเดินเพื่อสุขภาพ


เมื่อท่านได้เริ่มเดินออกกำลังแล้วท่านควรตักตวงประโยชน์จากการเดินให้เต็มที่ เริ่มด้วยการวางโปรแกรมเพื่อให้รู้สึกอยากออกกำลังและติดตามผลได้ เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย รองเท้าควรเป็นชนิดผูกเชือกหรือสามารถปรับให้กระซับกับเท้าได้ พื้นรองเท้าควรยืดหยุ่นได้ดี และมีพื้นที่นูนเพื่อรับความโค้งของฝ่าเท้า ไม่ว่าท่านจะเดินที่ไหน เวลาใด ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ ใช้ถนนอย่างระมัดระวัง สังเกต สัญญานเตือนการหักโหม เมื่อรู้สึกเหนื่อยเกินไปควรหยุดพัก หากท่านมีอาการบาดเจ็บ ขณะเดินหรือมีความกังวลใจ เรื่องสุขภาพใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์
วางแผนการเดินออกกำลัง
ท่านสามารถวางแผนการเดินออกกำลังโดยค่อย ๆ เพิ่มความถี่ เพิ่มระยะเวลาที่เดินและเพิ่มระยะทางที่เดิน เมื่อท่านเดินไปได้ 10 สัปดาห์แล้ว ให้รักษาระดับชีพจรเป้าหมายไว้เสมอ บางท่านเมื่อได้เดินออกกำลังจนเคยชินแล้ว จะรู้สึกออกกำลังให้สม่ำเสมอได้โดยไม่ต้องพึ่งตารางหรือการวางแผนอีก
ระดับเริ่มต้น
ตารางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกาย มีโรคประจำตัว มีน้ำหนักเกิน
เป็นโรคอ้วน สูบบุหรี่หรืออายุมากกว่า 40 ปี
สัปดาห์
12345678910
ระยะเวลาที่เดิน10101518202025303235
จำนวนครั้ง
ที่เดินต่อสัปดาห์
23333-444444
ระยะทาง เริ่มต้นสัปดาห์แรกราว 1 กิโลเมตร หรือ ครึ่งไมล์ แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 5 กิโลเมตร หรือ 2 ไมล์ เมื่อครบสัปดาห์ที่ 10

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทำเนียบร้านกรีน ร้านค้าเพื่อสุขภาพ ทำเนียบร้านค้าเพื่อสุขภาพ ที่ทางเครือข่ายตลาดสีเขียวได้รวบรวมขึ้นมา สำหรับติดต่อเชื่อมโยงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการซื้อหา ด้านการศึกษาหาความรู้ หรือประกอบกิจกรรมในด้านนี้ร่วมกัน ซึ่งมีทั้ง ที่อยู่ โทรศัพท์ อีเมล หรือเว็บไซต์ ล้วนเป็นสิ่งทีเครือข่ายตลาดสีเขียวหวังว่าจะขยายแวดวงให้กว้างออกไปได้ "สู่เส้นทางตลาดสีเขียวที่เป็นจริงและยั่งยืน" ค่ะ 1. ร้านเลมอนฟาร์ม 104/34 หมู่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทร. 02-5752222 แฟกซ์ 02-5753789 www.lemonfarm.com "เป็นร้านซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อสุขภาพที่จำหน่ายสินค้า เกษตรอินทรีย์ และจำหน่ายอาหารแมคโครไบโอติก เพื่อสุขภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูก แบบอินทรีย์" "มี 9 สาขา แจ้งวัฒนะ ประชาชื่น เกษตร สุขุมวิท 39 เพชรเกษม 57 เอกมัย ประดิษฐมนญธรรม รามคำแหงและศรีนครินทร์" 2.ร้านโป๊ะผัก คุณจิตรลดา หิริวัฒนวงศ์ (เจ) 1/9 แผงลอยท่าเทียบเรือพรานนก ถ.พรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทร 028661719 Email : jitrda@yahoo.com 3. ร้านเอเดน สำนักงานใหญ่ ประชานุกูล 9/89 ตลาดกลาง ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โทร. 02-913-7242 www.adenshop.com เป็นร้านสะดวกซื้อที่ขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือเรียกว่า ออร์แกนนิกฟู้ด และอาหารจากธรรมชาติ แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 16 หมวด อาทิ ผลไม้ ผัก,ข้าวกล้อง ธัญพืช,สินค้าธรรมชาติ,สมุนไพรชง,สินค้าหัตถกรรม ฯลฯ มีสาขาที่กรุงเทพ เชียงใหม่ ลำปาง ภูเก็ต ขอนแก่นและอุบลราชธานี 4. ร้านภูฟ้า 123 สุขุมวิท ซ. 7 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร.02-655-6242 โทรสาร. 02-655-6244 www.phufa.org ร้านที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชชนนี มีสาขาสยามดิสคัฟเวอรรี่ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ จตุจักร สุขุมวิท ถนนกำแพงเพชร พระที่นั้งวิมานเมฆ 5. ไทยสบาย บาย เขาค้อทะเลภู คุณยงชาติ ชมดี (ยง) คุณณัฐกิจ กลิ่นประทุม 38 ถ.เทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โทร.02-2461397 085-915-9453 , 086-6286077 โทรสาร 02-2461396 e-mail : yongo_organic@yahoo.com 6.ร้านดอกไม้หวาน คุณโสรัจ เบญจกุศล (น้อง) 99290 หมู่ 9 JSP Place ถนนสุขาภิบาล 1 แขวง/เขตบางบอน กรุงเทพ 10150 โทร. 086-616-0431 , 024531904 email : dokmaiwan@gmail.com 7.ร้าน Health Me คุณพอทิพย์ เพชรโปรี(หน่อย) 20/1 ม.2 ปากซอยราษฏร์บูรณะ 34ถ./แขวง/เขต ราษฎร์บูรณะกรุงเทพฯ 1014 โทร/แฟ๊ค 0-2867-2600, 081-639-2232 email :healthme.delivery@gmail.com" จัดหน่ายอาหารมังสวิรัติ ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษและบริการออร์แกนิคดีลิเวอร์รี่ 8. ร้านบ้านนาวิลิต คุณชูขวัญ ทรัพย์มณี (เอิง) 183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ชั้น 1 ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร 089-696-3819, 089-481-8976, 0-2651-9779 email : unnavilit@gmail.com จำหน่ายข้าวพันธ์พื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ 9. ร้านเพื่อนสุขภาพ คุณวาสนา เกิดสุภาพ (น้อย) ห้างเจเจมอลล ชั้นใต้ดิน ซอย 4 ห้อง G154 ติดสวนจตุจักร ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900 มือถือ 087-320-5960 email : vassana@seameo-spafa.org เป็นตัวเเทนจำหน่ายสินค้าจากพนมพรฟาร์ม จำหน่ายสินค้าสมุนไพรต่างๆ เช่น น้ำมันรำข้าว ข้าวกล้อง ข้าวหอมนิล ข้าวธัญพืช ชาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ เช่น แชมพูมะรุม แชมพูบอระเพ็ด สบู่สปาต่างๆ น้ำมังา น้ำมันมะพร้าว และผ้ามอฮ่อมย้อมสีธรรมชาติ 10.The three worlds creator Co,.Ltd ชินรินี วีระวุฒิวงศ์ กานต์ กานต์พรรณพงศ์ 1567 ซ.ลาดพร้าว 94 ถ.ลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทร 02-5309150 , 089-4347634 โทรสาร 02-5309136 email :chinrinee.w@the3worldscreator.com ,fugith@hotmail.com 11.ร้านทำนา คุณผาลิกา ลิมปิชาติ (บีน) 175 ถ.สามเสน (ระหว่างซ.3 และ ซ.5 เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร 0-2282-4979, 089-8101451 email : thamnahome@yahoo.com ร้านอาหารมังวิรัติและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอดสาร 12.ร้านดีใจออร์แกนิค 113/36 - 37 ถนนลาดหญ้า แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพ โทรศัพท์ 02-4392100 โทรสาร 02-4392102 email : djaiorganic@hotmail.com www.djaorganic.com 13. ร้านซองเต้ คุณวรรณวรางค์ หุษยรัตนะ สโมสรทหารเรือ ถ.อิสรภาพ กรุงเทพฯ 10700 โทร. 089-8926003 โทรสาร 02-8660513 email : wanwarangb@yahoo.com 14. ร้านกรีนไลน์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ 587, 589 อาคารแฟชั่นไอส์แลนด์ ห้อง บี041 เอ ชั้น บีเอฟ (ชั้นใต้ดิน ฝั่ง"ทอปส์" ติดกับ ร้านเครื่องนอน"โตโต้") ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม.10230 โทรศัพท์ : 0-2947-5853 www.greenlineshop.com Email: mygreenline@hotmail.com 15. บ้านธัญพืช คุณวิจิตร ตันเดชานุรัตน์ 9/269 หมู่ ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 โทร 02-8693744 , 081-8334632 โทรสาร 028748315 16.ร้านข้าวกล้อง ปิยรมย์ ช็อปปิ้งมอลล์ ถ.สุขุมวิท 101/1 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ โทร 0-2747-9379 17. ร้านสุขภาพไทย คุณพวงทอง 172 ถ.สาทร 3 (ซ.สวนพลู) เขตสารทร กรุงเทพฯ โทรศัทพ์ 0-28144013 18. ร้านบ้านข้าวกล้อง ทิพยรัตน์ หิริวัฒนวงศ์ 364/21 ถ.พุทธบูชา ทุ่งครุ (ตรงข้ามหมู่บ้านสวนธน) กรุงเทพฯ โทรศัพท์/โทรสาร 0-2874-8315 email : tiprat.h@gmail.com 19. ร้านมูลนิธิเอ็มโอเอ เลขที่ 1357 อาคารฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 2 ถ.รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-641-1185 โทรสาร 02-641-1186 email : thmoa@tru.co.th 20. ร้านเพื่อคุณ คุณพิมพา แสงเถวิง 136/28 หมู่ 17 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒน์ กรุงเทพ 10170 โทรศัพท์ 085-9054440 21. ร้านสุวรรณภูมิเพื่อสุขภาพ และความงาม 1511/12 ถ.พหลโยธิน พญาไท กรุงเทพฯ ใกล้ BTS สะพานควาย โทร 02-278-3793 , 081854-2942 email : card_gift@yahoo.com 22. ร้านคัดสรร สี่แยกพรานนก 441 ถนนพรานนก ต.บ้านช่างหล่อ อ.บางกอก กรุงเทพฯ โทร. 02-4114378 Fax 028661953, 081-8153818 email : jarun9459@hotmail.com 23. ร้านกรีนสวนเงินมีมา 77 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพ 10200 โทร 02-222-5698 แฟ๊ค 02-622-3228 email : wecare@thaigreenmarket.com 24.ร้านอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย เพ็ญจันทร์ สุวรรณคูหาศิริ 85/124 หมู่ 3 ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-9853414 , 081-6427424 โทรสาร. 02-9216762 25.บ้านสวนไผ่สุขภาพ วรรณวิลัย สุวรรณเนาว์ 17 ซอยอารีย์ 1 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ โทร/โทรสาร 0-2617209 26. บ้านเกษตรอินทรีย์ organic food home คุณกัณกาญจน์ นิ่มเทียน (หนิง) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘o พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕o เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น1 อาคารศูนย์ประชุม ถนนแจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม. 10210 โทรศัพท์ 081-6285258 email : kannakarn@gmail.com 27. ร้านGreen-X 799/8 หมู่ 1 ซอยประชาอุทิศ79 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 โทร 0-2426-7550-2 แฟ๊ค 0-2426-7553www.green-x.com email : info@green-x.com ร้านค้าจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้ และสินค้าปลอดสารมีสาขาที่บิ๊กซีดาวคะนอง ชั้น 1และสาขาจัสโก้ประชาอุทิศ 28. 1. ร้านสบายใจ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น G ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค (เสรีเซ็นเตอร์เดิม) ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพ 10250 โทร.02-7460216, 08-7799-1688 www.greenlineshop.com Email: mygreenline@hotmail.com 28.2. ร้านสบายใจ สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 94 ศูนยการค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ห้อง พีแอลแซด.บี.เอสเอชพี 020 เอ ชั้น บี (ชั้นใต้ดิน ฝั่ง"เซ็นทรัล" ติดกับ ร้านอาหาร"แซ่บนัว") ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130 โทร 0-2958-0332 www.greenlineshop.com Email: mygreenline@hotmail.com 29. ร้าน URBAN-TREE คุณอดิศักดิ์ แก้วรากมุข (ดี) จิระสุดา อารีพันธุ์ (ก้อย) 934 ถ.สามเสน อ.ดุสิต กรุงเทพฯ 10300 เยื้องรร.ราชินีบน โทรศัพท์ 081-9740290 , 02-2432989 email : info@djaiorganic.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

น้ำเห็ด

เห็ดสามอย่าง คือ เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดขอน เมื่อนำเห็ดทั้ง 3 ชนิดมารวมกันแล้วประกอบอาหาร จะได้โปรตีนจากเห็ด ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายกว่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ โปรตีนจากเห็ดจะไปสร้างกรดอะมิโน ที่ช่วยบำรุงสมอง ปรับสมดุลของการสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย ต้านการเกิดมะเร็ง ขจัดสารพิษ ส่วนผสม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดขอน มะตูมแห้ง ใบเตย ** สามารถใช้เห็ดชนิดอื่นแทนได้ ใช้ได้ทั้งเห็ดสด และเห็ดแห้ง วิธีทำ นำเห็ดสดทั้ง 3 ชนิด ล้างให้สะอาด แล้วหั่น ต้มเห็ดทั้ง 3 ชนิดรวมกับมะตูมแห้ง และใบเตย ใส่น้ำพอประมาณ รอจนเดือด เมื่อเดือดแล้ว ตักเห็ดแยกออก แล้วนำน้ำที่ได้ไปกรองผ่านผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำต้มเห็ด 3 อย่าง ที่มีรสชาติหวานจากเห็ด และมีกลิ่นหอมจากมะตูม และใบเตย ส่วนเห็ดที่แยกออกมานั้นสามารถนำไปประกอบอาหารได้ แต่ไม่ควรนำไปผัดกับน้ำมัน ควรใช้กะทิแทน เพราะกะทิเป็นไขมันที่ละลายได้ในน้ำ และมีคอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร - ช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างในตับ ช่วยบำรุงไต - ลดอนุมูลอิสระที่เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง - สลายพังผืดในมดลูก - เพิ่มเม็ดเลือดขาว ลดไขมันในเส้นเลือด - เป็นอาหารบำรุงตับ ถ้าตับไม่แข็งแรงจะส่งผลให้ อารมณ์ไม่ดี ไทรอยอาจเป็นพิษ ตัวผอมและพุงป่อง เป็นต้น

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เรื่องสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

1. การดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษ เนื่องจากเลือดเจือจาง ร่างกายจึงขับโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำในเซลล์และนอกเซลล์ ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดอาการเกร็งที่สมอง หัวใจ หรือปอด จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะหากดื่มน้ำทีละเล็กทีละน้อย แม้ดื่มมากกว่าปกติก็ไม่เป็นอันตรายเพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ และถ้าเมื่อไรมีอาการจุกนั่นแสดงว่าดื่มน้ำมากไป ควรหยุดได้แล้ว 2. การปล่อยให้ตนเองหิวอาจนำไปสู่โรคร้าย  เพราะความหิวกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหากเกิดขึ้นเป็นประจำจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหรือเบาหวานได้ ลองควบคุมความหิวด้วยการแบ่งมื้ออาหารจากวันละ 3 มื้อเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน 3. ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหลัง เพราะคาเฟอีนลดการหลั่งสารเอนโดรฟีนซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นและมีฤทธิ์ลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ 4. วิธีง่ายๆในการดูแลสุขภาพคือ หลังจากตื่นนอนทุกเช้า จะดื่มน้ำส้มสายชูที่หมักจากผลแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำผึ้งอย่างละ 1 : 1 ใส่น้ำอุ่นคนให้เข้ากันแล้วค่อยเติมน้ำแข็งลงไปเพื่อให้ทานง่ายและมีรสชาติดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะไปช่วยการดูดซึมของระบบลำไส้ และการเผาผลาญของร่างกาย แต่โรคบางโรคอาจเกิดจากสุขภาพจิตที่อ่อนแอ ในหนึ่งอาทิตย์จึงควรจะมีวันพักผ่อนอย่างจริงจังหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น เล่นโยคะ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและลดมลภาวะทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน 5.  การนอนดึกคืนวันศุกร์-เสาร์แล้วตื่นสายในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างกายตั้งเวลาตื่นใหม่ เมื่อถึงวันจันทร์จึงมีอาการอิดเอื้อนไม่อยากตื่น ทั้งยังทำให้ขาดสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสืออีกด้วย 6. แสงแดดยามเช้าไม่ได้ช่วยให้กระดูกแข็งแรงเท่านั้น แต่การออกกำลังกายกลางแดดในช่วงเวลาดังกล่าวยังช่วยให้ร่างกายผลิตสารเอนโดรฟีนซึ่งเป็นสารต่อต้านอาการซึมเศร้าตามธรรมชาติอีกด้วย 7. ความเครียดเป็นตัวการทำลายผิวที่ร้ายแรงที่สุด ฉะนั้นเราต้องปรับความคิดใหม่ และใช้ร่างกายเราอย่างทะนุถนอมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หาเวลาออกกำลังกายบ้าง และรับประทานอาหารดีๆ 8. แอ๊ปเปิ้ล แตงโม กล้วย กีวี มีประโยชน์ แต่ถ้าคุณรับประทานยาปฏิชีวนะอยู่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้เหล่านี้เพราะบูดง่ายในลำไส้ อาจเกิดการอักเสบในระบบทางเดินอาหารได้ 9. การไอเรื้อรังอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาอาการหวัดไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ให้ใช้วิธีที่สุดแสนธรรมดาแต่ได้ผลมากกว่าคือ ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะในทางเดินหายใจ อมยาอมให้ลำคอชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แค่นี้ก็หายแล้ว 10. การที่เราคิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี แถมอายุยังน้อย ทำให้เราชะล่าใจในการดูแลรักษาสุขภาพ เวลาเกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับร่างกายจะคิดว่าช่างมัน เดี๋ยวคงหายเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง 11. เมื่อมีอาการเท้าและข้อเท้าบวมให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาที แล้วขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและข้างหลัง เพื่อช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น หลังจากนั้นใช้แปรงที่ขนทำจากวัสดุธรรมชาติ แปรงผิวหนังเบาๆ เริ่มบริเวณฝ่าเท้าซึ่งเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย แล้วค่อยๆ ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือทั้งสองข้าง (ยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวาน เพราะเสี่ยงจะเกิดบาดแผล) จากนั้นอาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น 12. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและรับประทานไข่มากกว่าอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากขึ้น
13. ผู้ที่รับประทานไข่เป็นเวลา 8 อาทิตย์ลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 65 เปอร์เซ็นต์ และรอบเอวลดลงเกือบสองเท่า เพราะผู้ที่รับประทานไข่รู้สึกอิ่มกว่าการรับประทานขนมปัง ทำให้รับประทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นน้อยลง 14. การรับประทานอาหารไปดูหนังไปทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าจะกินอิ่มมาแล้วหรือรสชาติของอาหารไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม นอกจากนี้ไฟสลัวๆ ทำให้ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ค่อยระวังตัว เพลิดเพลินเจริญอาหารไปเรื่อย 15. เสียงเพลงมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคนเรา ยิ่งดนตรีมีจังหวะเร็วเท่าไรก็ยิ่งกระตุ้นให้รับประทานอาหารมากขึ้นเท่านั้น 16. การดื่มน้ำ(เปล่า)เย็น 50 ออนซ์ (8 ออนซ์= 1 ถ้วย) จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรี เท่ากับช่วยให้น้ำหนักลดลงปีละ 5 ปอนด์หรือ 2.5 กิโลกรัม เพราะการดื่มน้ำเปล่าไม่ทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน แต่ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นน้ำเย็นทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมากขึ้นอีก 17. การออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักและพิลาทิส ควบคู่กันไปจะช่วยพัฒนาความแข็งแรงของปอดและหัวใจ รวมถึงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของโครงสร้าง และการรับประทานอาหารมื้อย่อยๆ 5 มื้อต่อวัน โดยมื้อกลางวันจะเน้นอาหารประเภทโปรตีนเพียง 1 มื้อ นอกนั้นเน้นผักและผลไม้ จะทำให้มีพลังงานที่พอเหมาะในการใช้งาน และไม่ทิ้งไขมันส่วนเกินสะสม 18. ผู้ชายที่รับประทานมะเขือเทศ ซึ่งมีไลโคปีนสูงอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผลหรือมากกว่านั้น เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยลง 45 เปอร์เซ็นต์ วิธีง่ายๆ ให้นำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียดเติมน้ำมันมะกอกและนำไปปรุงสุก ความร้อนจะช่วยให้มะเขือเทศปล่อยสารไลโคปีนออกมามากขึ้น 19. รับประทานแอ๊ปเปิ้ลหนึ่งชิ้นหลังอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดแบคทีเรียในช่องปากและช่วยให้เหงือกแข็งแรง การรับประทานสับปะรดและมะละกอก่อนอาหารประมาณ 2-3 ชิ้น ดีต่อกระเพาะอาหารเพราะมีเอนไซน์ซึ่งช่วยย่อย จึงเท่ากับช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่ตามลงมาได้ง่ายขึ้น 20. หากไม่อยากมีกรดในกระเพาะมากเกินไป ควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้น อย่างเช่นมะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุ๊ต หรือน้ำมะเขือเทศสดปั่น หรือทำให้เจือจางด้วยการผสมน้ำเข้าไป 21. สำหรับหนุ่มเจ้าสำราญ ที่ชอบปาร์ตี้หามรุ่งหามค่ำ ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยการนอนหลับให้นานหน่อย อีกวิธีหนึ่งในการดูแลตัวเองคือมีแฟนเด็ก จะได้มีแรงกระตุ้นให้เราทำตัวเด็กตาม ต้องดูดีตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอบายมุข การเที่ยวกลางคืนก็เป็นอันต้องงด 22. การเล่นเกมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะเกมส์ที่ต้องใช้สมาธิ ช่วยให้ระบบประสาททำงานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคอัลเซเมอร์ได้ เกมอื่นๆ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ หรือเลือกเรียนดนตรี ก็ช่วยได้เช่นกัน 23. การใช้พลาสติกใส่อาหารหรือปิดอาหาร รวมถึงใส่จานชามพลาสติกในไมโครเวฟ เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกปนเปื้อนในอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม 24. ก่อนตั้งครรภ์ควรเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน 1.ดูแลเรื่องอาหารการกิน เน้นโฟเลต แคลเซียม วิตามินต่างๆ ป้องกันอาการแพ้ท้องหรืออยากอาหารประหลาดๆ 2.ระวังเรื่องการรับประทานยาทุกชนิด อ่านฉลากให้ดี เพราะอาจทำร้ายลูกโดยไม่เจตนา 3.ทำใจให้สบาย คิดในแง่บวก 4. ออกกำลังกายที่เหมาะสม 25. ถ้ามื้อนั้นรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก ไม่ควรรับประทานผลไม้อีก เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมดต้องใช้เวลานาน ทำให้ผลไม้ที่ย่อยเสร็จไปเรียบร้อยแล้วถูกกักอยู่ในกระเพาะ เกิดกรดในกระเพาะอาหารได้

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โยคะท่านั่ง

โยคะ : ท่านั่งและประโยชน์

ท่าโยคะคารวะ



ขั้นตอนการฝึก
นั่งท่าดอกบัวชั้นเดียว มือไข้วหลัง มือซ้ายจับข้อมือขวา
หายใจเข้า ยืดลำตัวให้ตรง ค่อยๆโน้มตัวลง หายใจออกให้ช่องท้องกดเท้าลงนวดอวัยวะภายในช่องท้อง โน้มตัวลงจนกระหม่อมจรดพื้น
นิ่งในท่านี้สักครู่ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น ยกลำตัวทีละส่วนขึ้น หายใจออก จนตัวตรง
ประโยชน์
เป็นการนวดอวัยวะภายในช่องท้อง เลือดไหลเวียนหล่อเลี้ยงศีรษะได้ดี ทำให้สมองแจ่มใส การกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่โคนขา เป็นการชำระล้างผนังหลอดเลือด
ท่าโยคะมุทรา



ขั้นตอนการฝึก
นั่งท่าดอกบัวชั้นเดียว ประสานมือทั้งสองไปด้านหลัง แขนตึงหายใจเข้า ยืดลำตัวให้ตรง
ค่อยๆโน้มตัวลง หายใจออกให้ช่องท้องกดเท้าลงนวดอวัยวะภายในช่องท้อง โน้มตัวลงจนกระหม่อมจรดพื้น แขนทั้งสองยกขึ้นให้ตึง นิ่งในท่านี้สักครู่ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น พร้อมลดแขนลง ยกลำตัวทีละส่วนขึ้น หายใจออก จนตัวตรง
ประโยชน์
เป็นการนวดอวัยวะภายในช่องท้อง เลือดไหลเวียนหล่อเลี้ยงศีรษะได้ดี ทำให้สมองแจ่มใส การกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่โคนขา เป็นการชำระล้างผนังหลอดเลือด และบริหารไหล่และต้นแขน
ท่าเด็ก



ขั้นตอนการฝึก
คุกเข่าเท้าชิดหรือแยกเท้าเล็กน้อย เหยียดปลายขาและข้อเท้าไปข้างหลัง นั่งลงบนส้นเท้า
ขณะหายใจออกก้มตัว วางหน้าผากลงบนพื้น คอตรงไม่เอียงคอไปข้างหนึ่งข้างใด ก้นอยู่บนส้นเท้า(หากก้มไม่ได้ให้ยกก้นเล็กน้อย)
เหยียดแขนทั้งสองไปเหนือศีรษะ คืบนิ้วไปให้ไกลที่สุด แล้วกดฝ่ามือทั้งสองให้แนบกับพื้นหรือ
กำมือหลวมๆหงายมือขึ้น เหยียดแขนทั้งสองข้างไปปลายเท้าให้มากที่สุด นิ่งไว้สักครู่ คลายท่า
ประโยชน์
เป็นการยืดกล้ามเนื้อ สะโพก ต้นขา และข้อเท้า
ลดอาการอ่อนเพลียและความเครียด
ลดอาการปวดหลังและปวดคอ
ทำให้ข้อมีการยืดหยุ่นดีขึ้นได้แก่ข้อ สะโพก เข่า ข้อเท้า
ช่วยระบบย่อยอาหาร และระบบสืบพันธุ์
ท่ากระต่าย



ขั้นตอนการฝึก
นั่งคุกเข่าบนส้นเท้าท่าเพชร หายใจเข้า
หายใจออกพร้อมค่อยๆโน้มตัวมาข้างหน้าช้าๆ จนศีรษะแตะพื้น ให้ศีรษะอยู่ใกล้กับเข่ามากที่สุด
แขนสองข้างวางราบพื้นแนบลำตัว
หายใจเข้า แล้วหายใจออกพร้อมกับค่อยๆยกก้นขึ้นสูงค้างไว้ เอื้อมมือจับข้อเท้าหรือหน้าแข้ง
ลดก้นลงวางบนส้นเท้า หมอบในท่าเด็ก ทำสลับท่าเริ่ม
ประโยชน์
ช่วยให้เลือดมาเลี้ยงสมอง บริเวณรอบคอ และใบหน้ามากขึ้น
ทำให้สมองแจ่มใส บริหารกล้ามเนื้อลำคอและกระดูกสันหลัง
ท่ากระต่ายหมอบ



ขั้นตอนการฝึก
นั่งคุกเข่า ก้นวางลงบนส้นเท้า เท้าราบกับพื้น
หายใจเข้าเหยียดแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะพนมมือไว้ ยืดตัวให้สุด
หายใจออก ค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้าช้าๆ จนกระทั่งวางแขนทั้งสองลงที่พื้น วางศอกลงพื้น ก้นยังคงอยู่บนส้นเท้า
นิ่งสักครู่
เงยหน้าขึ้น ค่อยๆยกลำตัวขึ้น พร้อมหายใจเข้า นั่งในท่าเพฃร
ประโยชน์
ช่วยให้หายใจคล่องและโล่งขึ้น ช่วยบริหารกล้ามเนื้อเชิงกราน สะโพก และกล้ามเนื้อหลัง ให้ยืดเหยียดและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ท่าพรหม 4 หน้า



ขั้นตอนการฝึก
นั่งท่าดอกบัวชั้นเดียว พนมมือหายใจเข้า ผลักมือที่พนมไปด้านขวาจนสุด ค่อยๆบิดเอวและหันหน้าตามไปจนสุด นิ่งสักครู่
หายใจออก เคลื่อนมือและลำตัว พร้อมใบหน้ากลับมาที่เดิม
ทำสลับอีกด้าน
ประโยชน์
บริหารเอว อวัยวะในช่องท้อง คอ ไหล่และสายตา
ท่านกอิทนรีย์



ขั้นตอนการฝึก
นั่งท่าดอกบัวชั้นเดียว งอศอก วางแขนขวาทับแขนซ้าย พนมมือ ให้นิ้วชี้ขึ้น หายใจเข้าและคงท่านี้ไว้ขณะหายใจ
หายใจออกและ ทำท่าซ้ำสลับข้าง โดยไขว้แขนซ้ายทับแขนขวา
ประโยชน์
บริหารไหล่ แก้อาการชาของนิ้ว และช่วยดึงเส้นจากสะบักไหล่ แก้อาการที่ยกแขนไม่ขึ้น ไหล่ติด รักษาอาการไมเกรน
ท่าหน้าวัว





ขั้นตอนการฝึก
นั่งในท่าคลาน ฝ่ามือ หัวเข่าและหลังเท้าติดพื้น
ยกขาซ้ายสอดเข่าซ้ายไปด้านหลังเข่าขวา แยกเท้าทั้งสองให้กว้าง แล้วหย่อนก้นนั่งระหว่างเท้าทั้งสองข้าง
นั่งในท่าเท้าไขว้ เท้าขวาทับบนเท้าซ้ายโดยให้ส้นเท้าขวาใกล้สะโพกซ้ายมากที่สุดและส้นเท้าวางบนพื้น ส่วนเท้าซ้ายก็ให้วางใกล้สะโพกมากที่สุด ให้เข่าซ้ายวางบนพื้น
ขณะหายใจเข้าให้ยกมือขวาขึ้นพับศอกพาดมือไปด้านหลัง เอื้อมมือซ้ายไปด้านหลังเกี่ยวกับนิ้วมือขวา เปิดไหล่ให้เต็มที่
หายใจเข้าค่อยๆโน้มตัวลง ก้มหน้าลงชิดเข่า ค้างท่านี้ให้นานเท่าที่ลมหายใจเข้า
หายใจออก เงยหน้าขึ้น ค่อยๆยกลำตัวขึ้น เปลี่ยนท่าสลับข้าง
สำหรับท่านที่มีปัญหาไม่สามารถเอื้อมมือมาจับกันได้ก็ใช้เข็มขัดหรือ ผ้า ช่วย ท่านที่ไม่สามารถนั่งโดยที่เข่าติดพื้นก็ให้หาผ้ามารองนั่ง
ประโยชน์
เป็นการยืดกล้ามเนื้อแขน ไหล่ หลังและหน้าท้อง
ลดอาการปวดต้นคอ ปวดหลัง
เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและมือ
ท่าครึ่งงู



ขั้นตอนการฝึก
นั่งคุกเข่า ยกเท้าอีกข้างมาวางข้างหน้า ช่วงห่างมากกว่าความยาวเข่า แขนวางข้างลำตัว หายใจเข้า
หายใจออก โยกตัวไปข้างหน้า ค่อยๆย่อตัวลง จนปลายนิ้วมือลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ รักษาตัวให้ตรง อยู่ในท่านี้สักครู่
หายใจเข้ายกแขนทั้งสองข้างขึ้น จนถึงระดับไหล่ แขนตรงชี้ไปข้างหน้า
หายใจออก พร้อมหมุนตัวไปด้านเดียวกับขาที่เหยียด พร้อมเหยียดแขนข้างเดียวกัน ให้ปลายนิ้วมือสัมผัสขาหรือข้อเท้า ส่วนแขนอีกข้างงอศอกชี้ขึ้น ให้ปลายนิ้วมือชี้แนบอก ตามองตามมือที่จับเท้า อยู่ในท่านี้สักครู่ หายใจตามปกติ
หายใจเข้า ดึงแขนทั้งสองกลับมาข้างหน้า โยกตัวกลับไปให้ต้นขาอยู่ในแนวตรง หายใจออก ลดแขนวางลงข้างลำตัว
ทำสลับอีกข้างหนึ่ง จากนั้นพักในท่าเด็ก
ประโยชน์
บริหารกระดูกสันหลังให้ยืดหยุ่น อ่อนช้อย ลดไขมันที่เอว สะโพก และโคนขา บริหารสายตาและคอ
ท่าอูฐ



ขั้นตอนการฝึก
นั่งด้วยหัวเข่า ให้ส้นเท้ากดเข้ากับสะโพก และน่องราบไปกับพื้น เอื้อมไปข้างหลัง ใช้มือซ้ายจับข้อเท้าซ้าย มือขวาจับข้อเท้าขวา
หายใจเข้า ยกสะโพกขึ้น งอหลังและดันหน้าท้องไปข้างหน้า ยื่นศีรษะไปให้ไกลที่สุด
คงท่านี้ไว้ขณะหายใจเข้า หรือค่อยๆ หายใจออกขณะคงท่านี้ไว้ หายใจออกแล้วกลับไปที่ท่าคุกเข่า
ประโยชน์
ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลัง สร้างความแข็งแรงที่อก กระตุ้นปอดและหัวใจ นอกจากนั้นท่านี้ยังปรับปรุงอาการผิดปกติของลำไส้ เช่น การมีแก๊สในท้องและอาการท้องผูก ด้วยการกระตุ้นกล้ามเนื้อท้อง

ท่าปางธนู



ขั้นตอนการฝึก
นั่งยืดขาตรงแนบพื้น หลังตรง คอตรง ฝ่ามือวางแนบพื้นข้างลำตัว หายใจเข้า ลึก นิ่ง หายใจออก ช้า พร้อมแขม่วท้อง
ประโยชน์
เป็นท่าสำหรับลดหน้าท้องและยืดกระดูกสันหลัง

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สุขภาพจิตดี สร้างได้

สุขภาพดีใครๆ ก็อยากมีกันทั้งนั้น และแน่นอนว่าอาหารดีมีประโยชน์ก็จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดีอย่างที่หวัง แล้วสุขภาพใจล่ะต้องทำอย่างไรกันบ้าง

เรื่องนี้ ดร.เดวิด ร็อค กับ ดร.แดน ซีเกล นักจิตวิทยา เขียนไว้ในเว็บไซต์ ไซโคโลจีทูเดย์ แนะนำสิ่งที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เฮลธี ไมนด์ แพลทเทอร์” เปรียบเทียบคล้ายถาดหรือจานอาหารสำหรับการมีสุขภาพจิตที่ดีไว้ว่า มี 7 กิจกรรมสำคัญที่เราจำเป็นต้องทำในแต่ละวัน เสมือนเป็น สารอาหารทางจิต” เพื่อที่สมอง จะได้ทำงานได้ดีที่สุด ถ้าทำเป็นประจำทุกวันก็จะทำให้เกิดการทำงานที่ประสานงานและสมดุลในการใช้สมอง ดีทั้งกับการทำงานภายในสมองเองและการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น

กิจกรรมทางสมอง 7 อย่างที่ว่านั้นคือ

เวลาโฟกัส” เป็นเวลาที่เรามุ่งมั่นที่จะพิจารณางานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นเวลาที่ท้าทายให้สมองได้ทำงานอย่างลึกซึ้ง

เวลาเล่น” เป็นเวลาที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้ตอบโต้ สร้างสรรค์ สนุกสนานกับประสบการณ์ใหม่ๆ

เวลาแห่งการเชื่อมโยง” ไว้ใช้ติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น เป็นช่วงเวลาที่สมองต้องได้ใช้ไปกับกิจกรรมในวงจรทางสังคม

เวลาออกกำลังกาย” ตอนนี้เป็นช่วงที่ต้องออกกำลังขยับร่างกาย เคลื่อนไหวอย่างแอโรบิก (ถ้าเป็นไปได้) ซึ่งจะช่วยให้กระตุ้นสมองได้ในหลายทาง

เวลาสงบ” ในแต่ละช่วงวันต้องมีเวลาที่เราได้คิดทบทวนชีวิตด้านในอย่างสงบบ้าง โดยมุ่งประเด็นไปยังเรื่องของการสัมผัสรับรู้ ภาพ อารมณ์ ความรู้สึกและความคิด อันเป็นการช่วยให้สมองทำงานอย่างบูรณาการ

เวลาชะลอให้ช้าลง” ในช่วงนี้จะไม่ทำอะไรที่เพ่งพินิจพิจารณามาก ทำกิจกรรมแบบที่ไม่มีเป้าหมายเฉพาะ ปล่อยให้จิตใจได้พักผ่อน อันเป็นช่วงเวลาที่ให้สมองรีชาร์จตัวเอง

“เวลานอน” เป็นช่วงเวลาที่ให้สมองได้พักผ่อนตามที่ต้องการ จะช่วยในการเรียนรู้และฟื้นฟูจากประสบการณ์ที่ได้รับมาตลอดวัน

ประเด็นสำคัญของเวลาทั้ง 7 แบบในแต่ละวันนั้นคือการแบ่งกิจกรรมทางสมองให้ทำงานได้ตามระดับที่สำคัญ คล้ายกับการที่เราจำเป็นต้องรับสารอาหารในแต่ละวันนั่นเอง ลองหาโอกาสทำกันดู เผื่อจะมีสุขภาพใจที่แจ่มใสแข็งแรง
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ออกกำลังกายด้วยการเต้น




ลาตินแดนซ์(Latin Dance) คือหนึ่งในหลายๆ แขนงของการเต้นรำ ท่วงท่าลีลาและจังหวะดนตรีมีต้นกำเนิดมาจากการเต้นรำพื้นเมืองของประเทศในแถบลาตินอเมริกา ส่วนใหญ่จะเต้นกันในงานเลี้ยงฉลอง หรืองานเทศกาล เน้นจังหวะที่สนุกสนานเร้าใจด้วยสเต็ปง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่มีแบบแผนตายตัว แต่มีเอกลักษณ์

“ลีลาที่เร่าร้อนสอดรับกับจังหวะเสียงเพลงที่เร้าใจ ทำให้คุณรู้สึกถึงพลังและความเซ็กซี่ของตัวเอง” คุณจิ๋ม-ผาสุข ปลัดรักษา ครูสอนคลาส ลาตินเฟียสต้า(Latin Fiesta) ให้คำนิยาม

“การเต้นรำสไตล์ลาตินเริ่มโด่งดังในยุโรปและอเมริกาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 สำหรับในประเทศไทยเพิ่งเข้ามาแพร่หลายได้ไม่กี่ปี แต่ถึงแม้จะเข้ามาได้ไม่นาน การเต้นสไตล์นี้ก็ทำให้ใครต่อใครหลายคนหลงใหลไม่น้อยทีเดียว การเต้นลาตินแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือสไตล์ลาตินอเมริกัน มีอยู่ 5 จังหวะ คือ Cha Cha Cha, Cuban Rumba, Samba, Paso Doble และ Jive หรือ Rock'n'Roll แต่ละจังหวะจะมีจุดเด่นที่ต่างกันไป เช่น Cha Cha Cha ที่ดูเหมือนการเต้นหยอกล้อเกี้ยวพาราสี Samba เป็นลีลาการเต้นในงานเทศกาลต่างๆ ของชาวบราซิล ขณะที่ Cuban Rumba มาจากประเทศคิวบา จะเต้นแบบยั่วยวนนิดๆ แบบที่สองคือลาตินแบบ Social ซึ่งมีหลายประเภทมากๆ ที่โด่งดังที่สุดคือ Salsa ซึ่งเราคุ้นเคยกันดี”

ลาตินกับลีลาศ“คำว่า ‘ลีลาศ’ มันเป็นภาษาไทย ซึ่งมาจากคำว่า ‘แดนซ์’ ในภาษาอังกฤษนั่นแหละค่ะ เราบัญญัติศัพท์คำว่าลีลาศ แทนคำว่าเต้นรำ เพราะคำว่าเต้นรำเมื่อเป็นคำผวนแล้วฟังดูไม่ดี” ครูจิ๋มเล่า “คนไทยพอได้ยินคำว่าลีลาศก็มักจะคิดถึงจังหวะเนิบๆ ช้าๆ แต่จริงๆ แล้วการเต้นลีลาศทุกประเภทมันเป็น Basic Figures(ท่าเต้นพื้นฐาน) เดียวกัน แตกต่างกันที่สไตล์การเต้น พอมีคำว่าลาตินเข้าไปมันจะเป็นอะไรที่แรงขึ้น ความแข็งแรง ความเร็ว และความเซ็กซี่มันจะต่างกัน”

เต้นเพื่อสุขภาพ
ลาตินเฟียสต้านอกจากเป็นคลาสเต้นรำที่สนุกสนานแล้ว ครูจิ๋มบอกว่ายังเป็นการออกกำลังกายที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย “เรารู้กันอยู่แล้วว่าการเต้นรำคือการออกกำลังกายที่ดีมาก เพราะเราได้เคลื่อนไหวและใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย การเต้นลาตินจะเน้นที่ช่วงล่าง แต่ช่วงบนก็ได้บริหารเหมือนกัน ขาของคุณจะแข็งแรง เพราะเป็นส่วนที่รับบทหนักที่สุด รองลงมาคือก้นและสะโพก จริงๆ แล้วกล้ามเนื้อตั้งแต่หน้าท้องลงไปจะได้ใช้หมดเลยนะ ถ้าเห็นท่าเต้นจะรู้เลยว่าเหนื่อยมาก เพราะใช้แรงเยอะ สังเกตมั๊ยว่าคนที่ชอบเต้นรำรูปร่างจะค่อนข้างฟิตและเฟิร์ม นอกจากนี้การเต้นรำยังเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในการเข้าสังคม เป็นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง และลดความเครียดจากการทำงานได้ รวมทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนักเกินไป และไม่เป็นอันตรายสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ”

เสน่ห์แห่งการเต้น
เส้นทางบนฟลอร์ของครูจิ๋มเริ่มต้นขึ้นในวัย 30 ต้นๆ จากการเป็นคนชอบฟังเพลง โดยเฉพาะแนวลาติน ครูจิ๋มคิดฝันอยากจะเต้นรำกับเขาบ้าง เพราะเธอหลงใหลในจังหวะย่างเท้าที่สอดรับกับจังหวะเสียงเพลงที่เร้าใจ อันเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากสำหรับเธอ “แรกเริ่มเดิมทีเป็นคนชอบฟังเพลงลาติน จริงๆ แล้วฟังมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนั้นไม่ได้ชอบเต้นนะ ชอบฟังอย่างเดียว ตอนเด็กๆ ไม่รู้หรอกว่ามันคือเพลงลาติน โตมาถึงได้รู้ พอสนใจก็เริ่มศึกษาด้วยตัวเอง อ่านหนังสือ ซื้อเทปมาดู หรือไปดูการแข่งขันที่เมืองนอก ที่ชอบเต้นรำเพราะมันไม่เหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ใช้เฉพาะพละกำลังอย่างเดียว แต่การเต้นรำต้องใช้ทั้งความแข็งแรง ต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ศิลปะ มีลีลา และต้องรู้จักแสดงด้วย เหมือนกับเอาศิลปะทั้งสองอย่างมารวมเข้าด้วยกัน การเต้นลาตินไม่ยากหรอกค่ะ สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ การเต้นที่ดีนั้นต้องใช้ใจเต้นด้วย ส่วนเทคนิคต่างๆ เราสามารถฝึกและพัฒนาได้ภายหลัง เพราะฉะนั้นคนเรียนต้องมีใจรัก บังคับกันไม่ได้” ครูจิ๋มเริ่มเต้นลาตินมาได้ 10 กว่าปีแล้ว แม้ตอนนี้วัยจะย่างเข้า 48 ปี แต่เธอบอกว่ายังมีไฟและจะยังคงเต้นต่อไป...แล้วคุณล่ะพร้อมเต้นไปกับเธอหรือยัง?


Sexy Salsa
เซ็กซี่สไตล์ลาติน

หากคุณชื่นชอบการเต้นรำสไตล์ลาติน คุณต้องไม่พลาดคลาส “เซ็กซี่ซัลซ่า(Sexy Salsa)” อีกหนึ่งทางเลือกของความร้อนแรงและเซ็กซี่ในสไตล์ลาติน เต้ย-ภคิน ถนอมเกียรติ ครูหนุ่มหนึ่งเดียวจากคลาสซัลซ่าและลาตินที่ CWX เล่าว่า

“การเต้นซัลซ่าเป็นหนึ่งในจังหวะการเต้นสไตล์ลาติน ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศคิวบา โดยทั่วไปซัลซ่าแบ่งสไตล์การเต้นออกเป็น 2 สไตล์ คือแบบลาตินอเมริกา ซึ่งจะไม่เน้นลีลา แต่เน้นที่ท่วงท่าเซ็กซี่ และแบบคิวบา ซึ่งมีท่าเต้นนับร้อยๆ ท่า นอกจากนี้ยังมีซัลซ่าสไตล์เปอร์โตริโกอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหนโดยพื้นฐานแล้วจะไม่ค่อยแตกต่างกันในเรื่องจังหวะและดนตรี แต่จะต่างกันที่สเต็ปการเต้น ซัลซ่าเป็นการเต้นที่เซ็กซี่ จังหวะของดนตรีและกลองจะสนุกสนานและเร้าใจมากกว่าการเต้นแบบอื่นๆ ผู้เต้นจะเน้นการใช้ body movement สื่อถึงความสง่างาม และดึงความเซ็กซี่ในตัวออกมา ที่แยกคลาสซัลซ่าถูกแยกออกมาจากคลาสลาตินอาจเป็นเพราะซัลซ่าเป็นจังหวะที่เต้นง่ายที่สุด ลักษณะการขยับเท้ามีแค่ก้าวหน้า-ก้าวหลัง จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มเต้นใหม่ๆ”

คำแนะนำก่อนเต้นซัลซ่า
- เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรจะดูเซ็กซี่นิดๆ เวลาเต้นจะได้อารมณ์มากขึ้น
- เวลาเต้นควรเต้นด้วยใจ เพื่อดึงความเซ็กซี่ที่แท้จริงออกมาจากภายใน
- ต้องตั้งใจฟังจังหวะเพลง เพื่อที่จะได้เต้นอย่างถูกต้อง
- ทำใจให้พร้อมและเปิดใจรับความสนุกสนานให้เต็มที่

ที่มา http://women.thaiza.com/detail_58903.html

ประโยชน์ของน้ำองุ่น

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลยซินวเนติ สหรัฐฯ ได้ทำการทดลองผู้ที่ดื่มน้ำองุ่น เป็นประจำนั้นพบว่า การดื่มน้ำองุ่นนั้นจะช่วยให้ผู้ดื่มนั้นมีความทรงจำที่ดีขึ้น โดยสามารถเรียนรู้การจดจำคำและความทรงจำในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การดื่มน้ำองุ่นเป็นประจำจะช่วยให้เรามีความทรงจำที่ดีขึ้น ผู้หญิงคนไหนมีปัญหาเกี่ยวกับความทรง



นอกจากนั้นน้ำองุ่นยังช่วยในการบำรุงโลหิตและแก้ไอ รักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติและขับปัสสาวะได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณอีกด้วย
 นอกจากนั้นน้ำองุ่นยังช่วยในการบำรุงโลหิตและแก้ไอ รักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติและขับปัสสาวะได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

grape-juice

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เมนูน้ำหวาน สื่อรัก




เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน (ไทยโพสต์)

          หลักแพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า "สี" นอกจากจะสื่อรักและบอกอารมณ์ได้แล้ว สียังช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจแข็งแรงขึ้นได้ด้วย และแม้ว่าสีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ก็สามารถหล่อหลอมเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน

          ดังนั้นการนำสมุนไพรไทยหลากสีสันมาเปลี่ยนเป็นเมนูสุขภาพ
 เช่น การเลือกกระเจี๊ยบที่เป็นตัวแทนของสีแดง มาปรุงเป็นเมนู "กระเจี๊ยบกวน" สำหรับช่วยบำรุงหัวใจและลดไขมันในเลือด หรือหยิบดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นตัวแทนของสีเหลือง มาทำเป็น "ชาดอกดาวเรือง" ก็สามารถเพิ่มธาตุเหล็ก บำรุงสมอง และบำรุงสายตาสำหรับผู้ที่เหนื่อยล้าจากการใช้สายตาได้เช่นกัน หรือจะเป็นเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้สีม่วงจาก "ดอกอัญชัน" ก็สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่าง



น้ำว่านหางจระเข้ Neutral-V Aloe Vera

ความเป็นมา

ดูเผินๆอาจเข้าใจว่าต้นอโลเวร่าเป็นพืชประเภทเดียวกับต้นกระบองเพชร แต่ที่ถูกต้องต้นพืชนี้จัดอยู่ในตระกูลลิลลี่ ( Lily ) มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียลและตอนใต้ของ อัฟริกา แยกเป็นพันธ์ต่างๆถึง 300 ชนิด มีทั้งที่ขนาดใหญ่มากและเล็กมาก บางพันธ์สูงเพียงสิบเซนติเมตร ลักษณะของต้นอโลเวร่าคือ มีใบปลายแหลม รอบใบหยัก และมีหนาม เนื้อในมีน้ำคล้ายวุ้น เป็นเมือกเหนียวซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ คำว่า อโล (ALOE) เป็นภาษากรีกโบราณ ซึ่งแผลงลงมาจากคำว่า ALLAL แปลว่า รสฝาดหรือขมในภาษายิว เดิมที่ต้นอโลเวร่าเป็นพืชในเขตร้อน ต่อมาถูกนำไปแพร่พันธ์ทั้งในยุโรปและเอเชีย ชาวจีนโบราณใช้อโลเวร่าเป็นส่วนสำคัญในการปรุงยาสมุนไพรจีนมานานหลายพันปี ส่วนชาวรัสเซียเรียกพืชชนิดนี้ว่า ยาอายุวัฒนะ (The Elixir of Longevity) และ ในตำรายาของกรีกราวต้นคริสต์ศตวรรษบันทึกไว้ว่า ชาวกรีกได้นำอโลเวร่ามาใช้รักษาโรคนอนไม่หลับ ผมร่วง โรคในช่องปาก โรคไต ผิวหนังพอง ผิวถูกแดดเผา ผิวด่างดำ บำรุงผิวและระงับอาการปวด ประวัติศาสตร์บางตอนจารึกว่า อริสโตเติ้ลได้กราบทูลพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชให้นำทัพไปยึดเกาะโซโครโต ซึ่งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของอัฟริกา เพื่อนำต้นอโลเวร่ามารักษาบาดแผล ให้กับทหารที่เกิดจากการสู้รบ นอกจากนี้ในคัมภร์ไบเบิ้ล (จอห์น 19:39 ) มีจารึกไว้ว่าน้ำชโลมพระศพพระเยซูมีส่วนผสมของอโลเวร่าอยู่ด้วย

สมุนไพรธรรมชาติเพื่อการดูแลและการบำบัด อย่างแท้จริง เป็นเนื้อว่านหางจระเข้ล้วน ๆ บด ละเอียด รับประทานง่าย บรรจุในขวดแก้วสีเขียว เพื่อช่วยในการเก็บรักษาคุณภาพของว่านหางจระเข้ ได้ดีที่สุด ปราศจากน้ำตาล ใช้ดื่มเพื่อ บำรุงสุขภาพ และ เป็นอาหารเสริมในการรักษาของผู้ป่วยในโรค ต่างๆได้เป็นอย่างดี ใช้ได้อย่างปลอดภัยต่อร่างกาย เพราะผลิตมาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติล้วน ๆ จึง เหมาะที่จะมีไว้ติดบ้าน เพื่อรับประทานเป็นประจำ และ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การบริโภค
ต้องการรักษาและฟื้นฟูเป็นพิเศษ รับประทานก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมง เช้า, กลางวัน, เย็น ก่อนนอน ครั้งละ 40 ml.
การบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายและอ่อนเพลีย รับประทานก่อนอาหาร เช้า และก่อนนอน ครั้งละ 30- 40 ml.

การใช้ภายนอก
สามารถใช้ทาแผลพุพองเนื่องจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผล ถลอก โดยการชุบสำลีแล้วทาที่แผลเป็นระยะๆ ช่วยให้ไม่ปวดแสบ ปวดร้อน เกิดความยืดหยุ่นไม่ตึง ไม่เกิดแผลเป็น

อายุการเก็บ ยังไม่เปิดขวด มีอายุ 1 ปี เมื่อเปิดขวดแล้ว ควรเก็บในตู้เย็น และ ทานให้หมดภายใน 1 เดือน

แพคกิ้ง ขวดแก้ว ขนาดบรรจุ 750 มล.
ลักษณะ ว่านหางจระเข้เนื้อละเอียด รสลิ้นจี่ ช่วยเสริมการรักษาในผู้ป่วย โรคกระเพาะอาหาร,ปวดข้อ ,อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ,โรคตับอักเสบ
เบาหวาน , สะเก็ดเงิน, มะเร็งลำไส้,นิ่วในไต, ความดันโลหิตสูง , หอบหืด, เบื่ออาหาร

ประโยชน์จากว่านหางจระเข้ ALOE VERA

สรรพคุณที่ได้รับการยอมรับแล้วจากการวิจัยจากสถาบันต่างๆ
* ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
* ช่วยต่อต้านและยับยั้งการขยายตัวของเซลมะเร็ง และ เชื้อไวรัส
* ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค
* ช่วยการหล่อลื่นของกระดูกข้อต่อและช่วยเคลือบผนังลำไส้ใหญ่
* ช่วยเสริมระบบการย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น( Metabolism) จึงมีการนำไปผสม ในเครื่องดื่ม หรือ อาหารบำรุงร่างกาย หลายตำรับ
* ช่วยกระตุ้นการก่อเกิดเซลใหม ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีการนำไปใช้ในการซ่อมแซม หรือส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายด้วยการรับประทาน และ รักษาแผลจากน้ำร้อนลวก , ไฟไหม้ หรือ แผลจากโรคทางผิวหนัง เช่นโรคสะเก็ดเงิน และมีการนำไปใช้รักษาแผลของผู้ป่วยจากการฉายรังสีเอ็กซเรย์ ซึ่งได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยการทาภายนอก
* ช่วยให้การเกิดสภาวะการหลับลึก เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง อันเนื่องมาจากการกระบวนการ ปรับสภาพการทำงาน ของระบบต่างๆ ในร่างกาย ให้เข้าสู่ภาวะที่สมดุล ด้วยปฏิกิริยาทางเคมีจากธรรมชาติในว่านหางจระเข้
* ช่วยเสริมในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีได้เป็นอย่างดี อันเนื่องมาจากขบวนการ เมตาบอริซึ่ม มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยลดและยับยั้งการการเกิดบาดแผลเรื้อรัง รักษายากจนนำไปสู่การตัดอวัยวะ เช่น ขา
* มีการพบว่าว่านหางจระเข้ช่วยทำให้เส้นโลหิตในสมองมีความแข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี จึงมีส่วน ช่วยให้สามารถป้องกัน เส้นโลหิตในสมอง แตกได้
* ช่วยบำรุงผิวพรรณและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง พบว่าว่านหางจระเข้ ช่วยกระตุ้น Fibroblast ในการหลั่งสาร คอลลาเจน และ อีลาสติน ในการสร้างเซลเนื้อเยื่อใหม่และให้ความชุ่มชื้นยืดหยุ่นแก่เซลผิวหนังได้อย่างดี จึงมีการนำไปเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางราคาแพงหลายยี่ห้อ
* จากสรรพคุณอันมากมายในว่านหางจระเข้ จึงมีการนำเอามาวิจัยและพัฒนาสู่การรับใช้วิถีชีวิตของมนุษย์เราอย่างกว้างขวางในหลายวงการ เช่น การบริโภคเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ ใช้ในวงการเครื่องสำอาง ในวงการแพทย์ และยังมีการวิจัยเพื่อนำมาใช้ในวงการทหารอีกด้วย
* ปัจจุบันว่านหางจระเข้ นับวันยิ่งได้รับการยอมรับจากในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน อเมริกา อังกฤษ และประเทศ ในแถบยุโรป เนื่องจากการยอมรับในความปลอดภัย และคุณค่าอันแท้จริง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งได้รับ มาจาก ธรรมชาติ

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แคนตาลูป.. น้ำผลไม้ลดไข้

แคนตาลูป ผลไม้รูปทรงกลมๆ รีๆ เนื้อมีสีส้มสวย รสหวานเย็น เป็นพืชล้มลุกประเภทไม้เลื้อย ซึ่งอยู่ในตระกลูเดียวกันกับแตงโมไทย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cucumis melo var. cantalupensis แคนตาลูปนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "แตงคุณหนู" เพราะเป็นผลไม้ที่ต้องดูแลเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ ตั้งแต่หยอดเมล็ดจนได้ผลกันเลย

แคนตาลูปได้เข้ามาปลูกในบ้านเราได้ประมาณ 20 กว่าปีมานี้เอง แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยเนื้อที่มีรสชาติเยี่ยม เสน่ห์ของแคนตาลูปอยู่ที่กลิ่นหอม เนื้อมีความกรอบเมื่อเคี้ยว ประกอบกับรสหวาน ยิ่งถ้ากินตอนแช่เย็นยิ่งอร่อยชื่นใจ นอกจากกินเป็นผลไม้สดแล้ว แคนตาลูปยังนิยมนำมาทำน้ำผลไม้เครื่องดื่มสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม

ในแคนตาลูปสุกครึ่งลูก มีสารอาหารต่างๆ มากมาย มีแคลเซียม 38 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 44 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม โซเดียม 33 มิลลิกรัม โปตัสเซียม 682 มิลลิกรัม วิตามินเอมีมากถึง 9,240 I.U. ไนอาซีน 1.6 มิลลิกรัม และวิตามินซีก็มีมากถึง 90 มิลลิกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับส้มเขียวหวานเลยทีเดียว และยิ่งถ้าซื้อแคนตาลูปในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของแคนตาลูป แคนตาลูป แคนตาลูปจะมีสารอาหารจำพวกไรโบฟลาวิน ไนอาซิน ไทอามิน และวิตามินซีสูงเป็นพิเศษ


น้ำแคนตาลูปนอกจากดื่มแก้กระหายคลายร้อน ช่วงเดือนเมษายนได้อย่างดีแล้ว ยังช่วยลดไข้ เพราะแคนตาลูปเป็นผลไม้เย็น ส่วนน้ำตาลและเอ็นไซม์ที่มีอยู่ในแคนตาลูป ยังช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอักเสบของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องปั่นป่วนจากการรับประทานอาหารไม่ตรงตามเวลาได้



การทำน้ำแคนตาลูปให้ได้รสหวานเย็นชื่นใจนั้น ต้องเลือกซื้อแคนตาลูปที่สุกกำลังดี ไม่อ่อนเกินไป แคนตาลูปอ่อนจะไม่มีกลิ่นหอม ถ้าสุกเกินไป เมื่อเขย่าดูจะมีน้ำอยู่ข้างใน แสดงว่าไส้ล้ม เลือกผลขนาดกลาง ซึ่งมีน้ำหนักประมาณสักหนึ่งกิโลกรัมก็ใช้ได้แล้ว นอกจากดูน้ำหนักแล้ว ผิวของแคนตาลูปก็มีส่วนสำคัญ ผิวต้องเรียบตึง สวย ไม่เป็นร่องหยัก เลือกที่สีนวลเหมือนเปลือกไข่



น้ำแคนตาลูป
วิธีทำ     
1. แคนตาลูปปอกเปลือกเอาเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็กปริมาณ 1 ถ้วย 
2. แตงโมเอาเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย 
3. น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย 
4. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา 
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น ปั่นด้วยความเร็วสูงจนเนื้อเนียนเข้ากันดี เทใส่แก้ว ดื่มทันที



น้ำแคนตาลูปผสม
วิธีทำ     
1. แคนตาลูป 1 ลูก ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนตักเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมไม่ต้องใหญ่มาก นำไปปั่นจนเนื้อแตงเนียน พักไว้ 

2. นำน้ำนมถั่วเหลือง 1 ถ้วย น้ำผึ้งหรือน้ำตาลสีรำ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำแข็งเกล็ด 1 1/2 ถ้วย ใส่ลงในโถปั่น ปั่นด้วยความเร็วสูง ประมาณ 1 นาที แล้วจึงใส่น้ำแคนตาลูปลงไปปั่นรวมกัน นานอีก 1 นาที จนเข้ากันดี รินใส่แก้วดื่มทันที




คุณสมบัติของน้ำผัก

ในน้ำผักเป็นกรดอ่อน ๆ ที่มี คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll สารสีเขียวในพืช ) มีวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส
ซึ่งเมื่อทานเข้าไป จะเกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้สูงสุด ณ จุดที่ร่างกายสามารถนำของ เสียทิ้งได้ทั้งหมด และทำให้ร่างกายสร้างพลังงานในแต่ละเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้เกิดการ สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเก่าที่ตายในแต่ละวันได้เต็มที่
ลักษณะนี้คือ ปัจจัยสูงสุดที่ร่างกาย จะไม่เกิดความอ่อนแอ ในทุกอวัยวะ
ดังนั้นเมื่อไปอยู่ในประเทศไหนก็แล้วแต่ ถ้าได้สัดส่วนของสารอาหารออกมาเป็นกรดอ่อน
มีคลอโรฟิลล์แล้วมีสารอาหารพวกโปแตสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ครบตัวนี้ ในค่า pH = 4 และมีคลอโรฟิลล์ มีวิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถมีอาหารได้เต็มที่ในแต่ละเซล ถ้าทุกเซลแข็งแรงไม่มีเซลตายก็ไม่แก่เลย
ถ้าค่า pH เป็น "กรดเกินไป" การใช้แคลเซียมก็จะยาก "กรดอ่อน" ทำให้เกิดการใช้ไขมัน ทำให้ไขมันถูกย่อยสลายได้เร็ว ถ้าเป็น "ด่างเกินไป" การย่อยสลายไขมันก็ทำได้น้อย
ไขมันคือของแข็งที่มีปริมาณถึง 60% ของของแข็งทั้งหมดในร่างกาย ไขมันคือตัวที่จะไปเปลี่ยนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง น้ำเมือกที่ไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย น้ำไขข้อ เป็นไขกระดูก เป็นกล้ามเนื้อ เป็นกระดูก เส้นเอ็น ไขมันหล่อเลี้ยงเส้นผมเป็นลำดับ
pH ของน้ำผักที่เหมาะสมกับคนไทยอยู่ที่ pH 4-6 คนอ้วนมาก ให้น้ำผักที่ pH 4 เลย เนื่องจากคนอ้วนมีไขมันค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ น้ำผักจะเปลี่ยนไขมันเป็นโคเลสเตอรอล ไปเป็นไตรกลีเซอไรด์ และเป็นกลีเซอไรด์ในที่สุด ซึ่งร่างกายนำไปใช้ได้

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ผักผลไม้คลายร้อน

มะระ เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ แก้กระหาย บรรเทาอาการร้อนใน แก้อักเสบ เจ็บคอ

          สะระแหน่  เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการหวัดลมร้อน

          ชะอม  ช่วยลดความร้อนในร่างกายขับลมในลำไส้

          ถั่วเขียว   มีฤทธิ์ขับร้อนใน แก้กระหาย ขับปัสสาวะ

          ผักกาดขาว  ช่วยแก้ร้อนใน ป้องกันมะเร็ง 

          ปวยเล้ง  เป็นยาเย็น ช่วยขับร้อน แก้กระหาย

          แตงกวา  ขับปัสสาวะ แก้ไข้ กระหายน้ำ ไฟลวก ถ่ายพยาธิ แก้ท้องเสีย
          ตำลึง ดับพิษร้อนภายในร่างกาย ลดอาการไข้ เป็นยาระบายอ่อน ๆ
          ใบบัวบก  บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้ร้อนในกระหายน้ำ อ่อนเพลีย ช่วยรักษาอาการฟกช้ำ ช่วยให้เลือดกระจายตัว แก้ช้ำใน ความดันโลหิตสูง ป้องกันมะเร็ง

          ฟักเขียว  มีฤทธิ์เย็น ช่วยถอนพิษ ขับร้อนในร่างกาย แก้ธาตุพิการ ขจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ บำบัดอาการบวมน้ำ ไอ หอบ แก้บิด เบาหวาน และบำบัดโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด

          ผักบุ้ง  บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงเลือด ลดไข้ แก้เบาหวาน แก้ร้อนใน บำรุงสายตา

          หัวไชเท้า ล้างพิษภายใน ดับพิษร้อน บำรุงไต ขับปัสสาวะ ละลายนิ่ว
          
          สายบัว  ลดอาการเกร็งขอลำไส้ และกระเพาะอาหาร ลดความเครียดทางสมอง บรรเทาอาการท้องผูก ขับปัสสาวะ ดับพิษ ร้อนในกาย

          กระเจี๊ยบ แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด แก้ไอ แก้เสมหะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ละสายไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
          มะเขือเทศ  ช่วยดับกระหาย ทำให้เจริญอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ลำไส้ ไต ให้ทำงานได้ดี ช่วยขับพิษและสิ่งคั่งค้างในร่างกาย และเป็นยาระบายอ่อน ๆ

          กระจับ  เป็นยาเย็น ช่วยดับร้อน ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว และแก้พิษจากการดื่มสุรา

 ผลไม้ดับกระหาย

          มะม่วง  ดับกระหาย ละลายเสมหะ แก้อาการไอ คลื่นไส้อาเจียน ขับปัสสาวะ ช่วยให้เลือดลมของสตรีเป็นปกติ

          แตงโม  บำรุงร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร รักษาไต บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลดความดันโลหิต ลดความร้อนในร่างกาย แก้กระหายน้ำ
          มะเฟือง  ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย ปวดศรีษะ บรรเทาอาการไอ และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

          ลูกตาล  ช่วยละลายเสมหะในลำคอ บรรเทาอาการไอ แก้กระหายน้ำ ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย

          แตงไทย  ดับกระหาย ลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ และเป็นยาระบายอ่อน ๆ

          ระกำ  ป้องกันไข้หวัด ช่วยย่อยอาหารทำให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ

          ลองกอง  ลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย แก้อาการร้อนใน ทำให้ชุ่มคอ

          ลางสาด  ละลายเสมหะ  ทำให้ชุ่มชื่น เป็นยาลดไข้ แก้ท้องเสีย

          ชมพู่  บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น เป็นยาลดไข้ แก้ท้องเสีย

          กระท้อน  ชุ่มคอแก้กระหายน้ำ และลดอาการเจ็บคอ

          ส้มโอ  ช่วยในการขับถ่ายและขับสารพิษแก้อาการท้องอืด ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ผ่อนพิษไข้

          ลิ้นจี่  ช่วยย่อยอาหาร บำรุงอวัยวะภายในและระบบปราสาท  แก้กระหายน้ำ

          สับปะรด  แก้กระหาย ช่วยย่อยอาหารลดความร้อนในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเป็นโรคไต และความดันโลหิตสูง แก้อาการบวมน้ำของร่างกาย ขับปัสสาวะ

          แห้ว  ช่วยบำรุงร่างกาย แก้กระหายน้ำ ต่อต้านแบคทีเรียได้ดี  ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการท้องผูก แก้อาการพิษเนื่องจากดื่มสุรา

          อ้อย  ช่วยบำรุงร่างกาย  ลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย บรรเทาอาการกระหายน้ำ ช่วยย่อยอาหาร แก้คลื่นไส้ อาเจียน

          มังคุด  ช่วยลดความร้อนภายใน แก้กระหายน้ำ ช่วยเพิ่มเมือกภายในลำไส้และกระเพาะทำให้ถ่ายคล่อง

          กล้วย  แก้ความดันโลหิตสูง ลดภาวะความเป็นพิษของร่างกาย ช่วยให้ปอดชุ่มชื่นและแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี